หน้าหลัก
ข่าว/โปรโมชั่นพิเศษ
บริการชาญทัวร์
สมาชิก
เกี่ยวกับชาญทัวร์
ติดต่อชาญทัวร์
CHANTOUR Co.,Ltd.
CHANTOUR THE BEST CHOICE OF YOUR TRIPS
สาระน่ารู้
คุณภาพการให้บริการ
สถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยว
จังหวัดขอนแก่น
พระธาตุขามแก่น
ตั้งอยู่ที่วัดเจติยภูมิ บ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่นพระธาตุขามแก่น เป็นพระธาตุสำคัญที่รู้จักกันดีแห่งหนึ่งในภาคอีสาน เป็นที่เรียกขานกัน ในปัจจุบันไม่ปรากฎอายุการก่อสร้าง สันนิษฐานว่า สร้างร่วมสมัยกับพระธาตุศรีสองรักจังหวัดเลยประมาณพุทธศตวรรษ ที่ ๒๒ ด้วยมีรูปทรงพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน คือจัดอยู่ในกลุ่มพระธาตุฐานต่ำแบบพื้นบ้านบริสุทธิ์ ลักษณะพระธาตุ ประกอบด้วยฐานบัวคว่ำสองชั้น ลักษณะโค้งย้อย เหนือขึ้นไปเป็นบัลลังก์ ต่อด้วยเรือนธาตุ และยอดพระธาตุซึ่ง ย่อมุมกลีบมะเฟือง จากนั้นจึงเป็นส่วนปลียอดและฉัตรองค์พระธาตุ สูง ๑๙ เมตร ฐานด้านตะวันออกและตะวันตกกว้าง ๑๐.๙๐ เมตร เท่ากันส่วนฐานด่านทิศเหนือกว้าง ๑๑ เมตร สั้นกว่าฐานด้านทิศใต้ซึ่งกว้าง ๑๐.๐๕ เมตร รอบองค์พระธาตุ มีกำแพงแก้วล้อมรอบทั้งสี่ด้าน สูง ๑.๒๐ เมตร กำแพงแก้วห่างจากองค์พระธาตุโดยเฉลี่ยประมาณ ๒.๓๐ เมตร ทุกด้าน มีประตูเข้าออกด้านทิศเหนือ ๒ ช่อง และทิศใต้ ๒ ช่อง กว้างช่องละ ๑ เมตร ทุกวันเพ็ญเดือน ๖ ของทุกปีจะมีงานฉลองพระธาตุขามแก่นเป็นประจำ พระธาตุขามแก่นเชื่อถือกันตามตำนานว่าเป็นที่บรรจุพระอังคารของพระพุทธเจ้า ผู้สร้างคือกษัตริย์แห่งนครโมรีย์ โดยสร้าง พระธาตุครอบแก่นมะขามที่ตายแล้ว ต่อมากลับฟื้นแตกใบ ออกผลขึ้นมาใหม่ หลังนำพระอังคารพักประดิษฐานในระหว่างการเดินทาง ไปยังที่ก่อสร้างพระธาตุพนม ด้วยเหตุนี้ขามแก่นจึงหมายถึง มะขามแก่นนั่นเอง
พระมหาธาตุแก่นนคร (พระธาตุ 9 ชั้น)
ตั้งอยู่ภายในวัดหนองแวง (พระอารามหลวง) ถนนกลางเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นอาหารคอนกรีตเสริมเหล็กก่ออิฐถือปูน เรือนยอดทรงเจดีย์ (จำลองแบบจากพระธาตุเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กก่ออิฐถือปูน เรือนยอดทรงเจดีย์ (จำลองแบบจากพระธาตุขามแก่น) จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และมหามังคลานุสรณ์ 200 ปี เมืองขอนแก่น ความสูงขององค์พระธาตุฯ 80 เมตร มีพระจุลธาตุ 4 องค์ ตั้งอยู่ 4 มุมและมีกำแพงแก้วพญานาค 7 เศียรล้อมรอบ เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี ผสมผสานศิลปะอินโดจีน ซึ่งเป็นลักษณะแบบชาวอีสานตากแห ภายในองค์พระธาตุ มีอยู่ 9 ชั้น
บึงแก่นนคร
บึงแก่นนครตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองขอนแก่น ติดกับถนนนิกรสำราญ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีลักษณะเป็นบึงธรราชาติคู่เมืองขอนแก่น ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 600 ไร่เศษ เป็นรูปไข่ ปัจจุบันทางเทศบาลเมืองขอนแก่นได้ทำการปรับปรุงให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ โดยขุดลอกในส่วนตื้นเขิน และหรับพื้นที่บริเวณรอบบึงเสียใหม่เพื่อเป็นที่สันทนาการ มีลานอเนกประสงค์ เวทีอเนกประสงค์ อาหารเจ้าแม่สองนาง ศาลาพักผ่อน มีสวนย่อม มีสนต้นคูณ ซึ่งปลูกไปแล้วประมาณ 4,000 ต้น เป็นสวนดอกคูณที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม มีบริเวณสนามเด็กเล่น ซึ่งประกอบด้วย สนามหญ้า สวนไม้ดอก และบานพักผ่อนริมน้ำ บริเวณรอบบึงปลูกต้นไม้โดยรอบประกอบด้วย ทางเดินอิฐมอญ สนามหญ้า และที่นั่งพักผ่อน ตอนกลางของบึงมีภัตตาคารทันสมัยที่ยื่นลงไปสนน้ำ มองมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบ ยิ่งช่วงเวลาพลบค่ำจะมีทัศนียภาพที่สวยงามที่สุด นอกจากนี้ที่บริเวณสนามเด็กเล่นทางทิศเหนือของบึ่งแก่นนคร เป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์ผู้ก่อตั้งเมืองขอนแก่น “เจ้าเพี้ยเมืองแพน” สร้างไว้เป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลังๆ ให้ได้รู้จักกัน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของชาวเมืองขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ได้ประโยชน์สูงสุดทั้งในด้านสันทนาการและการออกกำลังกาย จะถือว่าเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่สมบูรณ์แบบของภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ได้ มีลักษณะเด่นและสำคัญคือ เป็นบึงธรรมชาติเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล มีทัศนียภาพเวลาพลบค่ำสวยงามที่สุดและมีเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น คือ สวนดอกคูณที่สวยงามเหลืองอร่ามและยิ่งใหญ่ น่าเที่ยวชมยิ่งนัก และความสะดวกสบายในการเข้าถึง โดยมีถนนสายประธานหลายสายของจังหวัดมุ่งสู่บึงแก่นนคร
จังหวัดอุดรธานี
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทบัวบก
ร่องรอย อารยะธรรม ตำนาน การเล่าขาน สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เรื่อยมามากว่า 2000-3000 ปี หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักที่นี่ "ภูพระบาท" อุทยานประวิติศาสตร์ของไทย จัดว่าเป็น โบราณสถานแห่งหนึ่งของประเทศไทย อยู่ในการดูแลของ กรมศิลปกร ผมเคยได้ยินเสมอๆถึงโบราณสถานก็จะเป็นพวก สุโขทัย อยุธยา อะไรพวกนั้น และเราก็เคยเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ด้วย แต่"ภูพระบาท"ก็เป็นสถานที่ ที่เต็มด้วยร่องรอยของอารยะธรรม ของหลายยุคหลายสมัยที่นี้ มีภาพเขียนสีก่อน ประวัติศาสตร์กว่า 30 ภาพ แต่ผมว่าผมยังไม่รู้จักเลย จนกระทั่ง ผมได้มีโอกาสเหยียบย่าง มาถึง ก่อนมาไม่มีใครบอกผม ด้วยซ้ำว่าทำไมมันถึงเป็น โบราณสถานและมีอะไรน่าสนใจ แต่อยากให้ผมมา ตื่นตะลึงเอาเอง มืดซะก่อนที่ผมจะเดินไปดู สิ่งที่มีชื่อที่สุดของที่นี้ คือ "หอนางอุสา" พรุ่งนี้เช้าคงเป็นเวลาที่ดี ที่จะเดินชม เพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก เป็นหินก้อนใหญ่มาก แต่รูปร่างเหมือนกับปราสาท อะไรทำนองนั้น ด้านบนเหมือนมีการก่ออิฐด้วย ยิ่งเหมือนใหญ่ นี่แหละที่เรียก "หอนางอุสา" เป็นที่แรกที่เราผ่าน
ตามเส้นทางท่องเที่ยวที่ ทางอุทยานจัดไว้ เดินเข้าไปอีกหน่อย ก็มีหินรูปร่าง ประหลาด อีกมาก มีชื่อต่างกันไป ตามตำนาน เรื่อง นางอุสากับท้าวบารส (ขออนุญาติไม่เล่า เพราะยาวมากไปดูกันเองเลยดีกว่า แต่จะเสนอในโอกาสต่อไปครับ) จากการแนะนำของเจ้าหน้าที่ สิ่งก่อสร้างที่เห็น หรือหินที่เกิดตามธรรมชาติ แล้วถูกดัดแปลงขึ้นเป็น ศาสนสถาน นั้น ต่างเกิดขึ้นในหลายยุคด้วยกัน ตั้งแต่ วัฒนธรรมทวารวดี/ลพบุรี สืบต่อกันจนถึงวัฒนธรรมลาว(ล้านช้าง) ทำให้เห็นว่าที่นี้เต็มไปด้วย ร่องรอยประวัติศาสตร์ ของวัฒนธรรมในหลายยุค จึงเป็นแหล่งโบราณคดี อย่างดีของชาติไทย นอกจากนั้นทิวทัศน์ และธรรมชาติที่นี่ก็สวยงามไม่น้อย แนะนำให้เดินขึ้นไปชมที่ผาเสด็จ ครับวิวสวยมาก ขึ้นทางหนึ่ง ลงอีกทางหนึ่งก็ได้ จะทำให้คุณเดินชมที่นี้ได้ทั่ววัฒนธรรมที่ยาวนาน บอกอะไรมากมายกับเรา (คนรุ่นหลัง) การได้สัมผัสเยี่ยมชม ในแง่มุมของ ศิลปะ สถาปัตยกรรม โบราณคดี หรือวิทยาศาสตร์ ต่างให้คุณค่า สะท้อนมุมมอง ความคิดของคน รุ่นก่อน ที่แตกต่างกันด้วยกาลเวลา จินตนาการของ คุณเปิดกว้างมากขึ้น ที่นี่ "ภูพระบาท"
พระพุทธบาทบัวบก
ตั้งอยู่บริเวณแยกทางด้านซ้าย มือก่อนถึงที่ทำการอุทยาน ในปัจจุบันเป็นที่ ตั้งของสำนักสงฆ์ คำว่า "บัวบก"เป็นชื่อของพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่เกิดตามป่ามี หัวและใบคล้ายใบบัว ซึ่งชาวบ้านทั่วไป เรียกว่า ผักหนอก บัวบกนี้คงจะมีอยู่มากในบริเวณที่พบรอยพระพุทธบาทจึงเรียกรอย พระพุทธบาทนี้ว่า "พระพุทธบาทบัวบก"หรือคำว่าบัวบกอาจจะมาจากคำว่า บ่ บก ซึ่งหมายถึง ไม่แห้งแล้ง รอยพระพุทธบาทมีลักษณะเป็นแอ่งลึกประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ลง ไปในพื้นหินยาว ๑.๙๓ เมตร กว้าง๘๐ เซนติเมตร เดิมมีการก่อมณฑปครอบรอยพระพุทธ บาทไว้ต่อมาประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๕ พระอาจารย์ศรีทัตย์ สุวรรณมาโจ ได้รื้อมณฑปเก่า ออก แล้วสร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้นใหม่และยังสร้างรอยพระพุทธบาทจำลองวางทับรอยพระพุทธ บาทเดิมไว้ ภายในพระธาตุเจดีย์บรรจุพระบรม สารีริกธาตุ ตัวองค์เจดีย์เป็นทรงบัวเหลี่ยมคล้ายองค์ พระธาตุพนมทุกๆ ปีในช่วง เดือน ๓ ขึ้น ๑๓ -๑๕ ค่ำ จะมีงานนมัสการพระพุทธบาทบัวบก ประจำปี
อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
ตั้งอยู่กลางเมืองอุดรธานี พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์ เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
เป็นพระราชโอรสในพระบาท สมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดา สังวาลย์ประสูติเมื่อปีพุทธศักราช 2399 ทรง ดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำเร็จราชการมณฑลฝ่ายเหนือ เรียก ว่า มณฑลอุดรในสมัยต่อมา ระหว่าง ร.ศ . 112-118
ทรงเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเมืองอุดรขึ้นเมื่อ ร.ศ 112 ทรงจัดวาง ระเบียบ ราชการปกครองบ้านเมืองและรับราชการ ในหน้าที่สำคัญต่าง ๆ ซึ่งอำนวย ประโยชน์สุขแก่ราษฎรนานับประการ อนุสาวรีย์พระองค์ท่าน จังนับ เป็นเกียรติ ประ วัติสูงสุดของชาวจังหวัดอุดรธานี ตราบเท่าทุกวันนี้
Home
|
ข่าว/โปรโมชั่นพิเศษ
|
บริการชาญทัวร์
|
สมาชิก
|
เกี่ยวกับชาญทัวร์
|
ติดต่อชาญทัวร์
Copyright @2006 All Rights Reserved...